ประวัติโรงเรียน

1.ฝ่ายวิชาการ
2.ฝ่ายธุรการ
3.ฝ่ายกิจการนักเรียน
4. ฝ่ายบริหาร
5.ฝ่ายปกครอง

เมื่อปี พ.ศ.2475 ท่านพุทธทาส ได้เริ่มจัดตั้งสวนโมกข์ขึ้นที่วัดสระพังจิต ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฏร์ธานี เพื่อดำเนินการส่งเสริมปฏิบัติธรรมสำหรับพระภิกษุ สามเณร นายธรรมทาส พานิช น้องชายของท่านพุทธทาส ซึ่งในสมัยนั้นใช้ชื่อว่า นายยี่เก้ย พานิช มีความประสงค์ที่จะเผยแพร่สนับสนุนการปฏิบัติของพี่ชาย จึงได้จัดตั้งคณะธรรมทานขึ้นมาเป็นองค์กรการกุศลเพื่อจัดหาปัจจัยสี่บำรุงกิจการของสวนโมกขพลาราม และจัดพิมพ์เผยแพร่หนังสือพุทธศาสนาโดยใช้เงินกองทุนของต้นตระกูลพานิช ที่ นางเคลื่อน พานิช ผู้เป็นมารดาได้ทำพินัยกรรมให้ และเพื่อเป็นการปูพื้นฐานความรู้ฝึกการปฏิบัติตนแบบชาวพุทธ และปลูกฝังเจตคติที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาให้กับเด็กๆ และเยาวชนในอำเภอไชยาและอำเภอใกล้เคียง ซึ่งเป็นการสืบสานเจตนารมณ์ของพี่ชาย นายธรรมทาส พานิช จึงได้จัดตั้งโรงเรียนพุทธนิคมขึ้น เพื่อจะได้สอดแทรกการสอนวิชาพระพุทธศาสนา และฝึกอบรมนักเรียนให้หเป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรมแบบชาวพุทธ โรงเรียนพุทธนิคม แรกเริ่มก่อตั้งที่บ้าน ธรรมทาน ริมทางรถไฟ (หมู่ที่ 3 ตำบล เวียง) เปิดสอนเป็นวันแรกเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2479 โดยเปิดสอนในชั้นอนุบาล เพื่อเป็นการทดลองและช่วยเหลือมิให้เด็กเล็กในตลาดไชยา ต้องเดินทางไปเรียนไกลถึงโรงเรียนวัดพระบรมธาตุไชยา และโรงเรียนสารภีอุทิศที่ท่าโพธิ์
เมื่อปี พ.ศ. 2480 ได้เปิดสอนในระดับชั้นมัธยม มีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 2 รวม 55 คน เก็บค่าเล่าเรียนครั้งแรกปีละ 10 บาท สำหรับนักเรียนชั้นเด็กเล็กนั้น ได้เปิดสอนถึงวันที่ 26 สิงหาคม 2480 ก็หยุดทำการสอนเพราะเสียงรบกวนการสอนชั้นมัธยม
ในปี พ.ศ. 2482 เริ่มเปิดสอนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเป็นปีแรก (ม.4) และเปิดสอนชั้น ม.5 และ ม.6 ในปีต่อ ๆ ไป
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2486 ได้ย้ายโรงเรียนพุทธนิคม จากห้องแถวริมทางรถไฟมาอยู่ในสถานที่ใหม่ ที่ นายธรรมทาส พานิช ได้ซื้อไว้ 3 ไร่ และในปีเดียวกันนี้ก็ได้ยื่นคำร้องขอเปิดเป็นโรงเรียนมัธยมพุทธนิคม 2 แต่ได้อนุญาตให้เป็นโรงเรียนมัธยมพุทธนิคม 2 เมื่อวันที่ 17 พฤศภาคม 2467 ในการสร้างอาคารเรียนเป็นโรงเรียนพุทธนิคม 2 นั้นในระยะแรกสร้างได้เพียงอาคารหลังเดียว 3 ห้องเรียน เนื่องจากเป้ฯการก่อสร้างระหว่างมีสงคราม เครื่องมือในการสร้างขาดแคลน และเมื่อสร้างเสร็จรับนักเรียนได้เฉพาะชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4 - ม.6 ) เท่านั้น
ปี พ.ศ.2496 เมื่อธรรมทานมูลนิธิได้ก่อตั้งขึ้นแล้ว จึงรับโรงเรียนพุทะทั้งหมดไว้ในอุถัมถ์ช่วยกิจการของโรงเรียน
ปี พ.ศ. 2497 ย้ายโรงเรียนพุทธนิคม 2 จากเดิมไปยังสถานที่แห่งใหม่ (วัดท่าโพธิ์) เป็นอาคารเรียน 2 ชั้น 10 ห้องเรียน ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการให้การอุดหนุน โดยสร้างอาคารมอบให้ ส่วนสถานที่เดิมของโรงเรียนพุทธนิคม 2 ใช้สำหรับนักเรียน ตั้งชื่อว่า โรงเรียนพุทธนิคมสตรี ตั้งชื่อว่า โรงเรียนสตรีพุทธนิคม ทั้งย้ายโรงเรียนพุทธนิคม 1 มาอยู่ใกล้กับโรงเรียนสตรีพุทธ
ในปี พ.ศ. 2497 โรงเรียนในเครือของพุทธนิคมมีถึง 3 แห่งด้วยกัน คือโรงเรียนพุทธนิคม โรงเรียนพุทธนิคม 2 และโรงเรียนสตรีพุทธนิคม ทุกแห่งได้รับการรับรองวิทยฐานะจากกระทรวงศึกษาธิการ
ปี พ.ศ. 2503 โรงเรียนพุทธนิคม 2 เป็นสอนถึงขั้นเตรียมอุดมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลาย การดำเนินงานของโรงเรียนพุทธนิคมในปัจจุบัน
ในระยะเดือนกุมภาพันธ์ 2537 คณะศิษย์เก่าโรงเรียนพุทธนิคม ได้ดำเนินการก่อตั้งมูลนิธิชื่ว่า "มูลนิธิบารมีปกเกล้าพุทธนิคม" เพื่อขอรับโอนกิจการจากธรรมทานมูลนิธิ ไปดำเนินการเอง โดยมี พลเอก วิมล วงศ์วานิช เป็นประธานกรรมการของมูลนิธิ ประกอบด้วยคณะศิษย์เก่าผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน โดยเห็นว่า โรงเรียนควรจะดำรงและขยายกิจการให้ดียิ่งขึ้น ทางธรรมทานมูลนิธิเห็นชอบและโอนกิจการให้ดำเนินงานได้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2537 เป็นต้นไป คาดว่าการดำเนินงานเสียอนาคต คงจะมีแนวโน้มดีขึ้น โดยอาศัยความร่วมมือจากมูลนิธิบารมีปกเกล้าพุทธนิคมและบรรดาศิษย์เก่า ตลอดจนผู้ที่เป็นประโยชน์ของการศึกษาในทำนองโรงเรียนเอกชน

มูลนิธิบารมีปกเกล้าพุทธนิคม

มูลนิธิบารมีปกเกล้าพุทธนิคม ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2537 โดยมีสำนักงานอยู่ที่เลขที่ 281/2 ถนนรักษ์นรกิจ ห มู่ที่ 1 ตำบลตลาดไชยา อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นที่ก่อตั้งของโรงเรียนพุทธนิคมในปัจจุบัน โดยมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

1. สนับสนุนการจัดการศึกษาของโรงเรียนพุทธนิคม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี
2. พัฒนาปรับปรุงกิจการของโรงเรียนพุทธนิคม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี
3. ส่งเสริมกิจการวันศาสนา จริยธรรมและวัฒนธรรมอันดีงามของนักเรียน
4. ส่งเสริมด้านการศึกษา การประดิษฐ์ค้นคว้าของนัก เรียนโรงเรียนพุทธนิคม
5. ให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่เรียนดีและมีความประพฤติดี
6. เพื่อดำเนินการสาธารณะประโยชน์ หรือร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่น ๆ
7. ให้ดำเนินการเกี่ยวกับการเมืองแต่ประการใด